ปัญหา

ถึงแม้ว่าในระดับประเทศและระดับสากลจะมีความพยายามในการต่อสู้กับปัญหาการค้าเด็กเพียงไร แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของเด็กอพยพ ซึ่งจำนวนมากที่เข้าสู่วงการค้าบริการทาง เพศในที่สุด แม้แหล่งข้อมูลสถิติที่เชื่อถือได้จะมีค่อนข้างน้อย แต่จากโครงสร้างของสถิติสามารถสรุป โดยประมาณได้ว่ามีเด็กที่ไร้แหล่งพักพิงอาศัยอยู่ตามข้างถนน 20,000 ถึง 25,000 คนในประเทศไทย และ มีจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้าเด็กในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เด็กที่ต้องการมี

งานทำในกรุงเทพส่วนใหญ่ อพยพมาจากทางจังหวัดที่ยากจนในภาคเหนือของไทย หรือกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ลงเอยด้วยการเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนซึ่งนำไปสู่การค้าประเวณีและ การก่ออาชญากรรมในที่สุด

พัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของการค้า ประเวณีเด็ก งานวิจัยเรื่องการต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์กล่าวว่า พัทยามีเด็กเร่ร่อนประมาณ1,500- 2,000 ราย และยังมีเด็กยากจนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีแนวโน้มในการทำให้ยอดของเด็กเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

โดยส่วนใหญ่ของเด็กกลุ่มนี้เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ โดนล่วงละเมิดทางเพศ และโดนทำร้ายทาง ร่างกายและจิตใจเด็กที่อยู่ในวัยที่เหมาะสมก็จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงไปสู่วงจรของการ ขายบริการทางเพศ การติดเชื้อHIV/AIDS หรือแม้แต่การถูกทารุณกรรมทางร่างกายและจิตใจในรูปแบบ

ต่างๆ เด็กที่เติบโตในย่านสลัมสิบเจ็ดแห่งในพัทยาต่างก็เสี่ยงต่อการถูกละล่วงทางเพศและเป็นเหยื่อใน ขบวนการค้ามนุษย์ ผู้ล่วงละเมิดชาวต่างชาติมักจะปรนเปรอครอบครัวที่ยากจน เพื่อให้ได้ความไว้วางใจ จากครอบครัวนั้น และเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายยิ่งขึ้น

เด็กเร่ร่อนในพัยา ต้องประสบกับปัญหาที่เด็กไม่ควรจะต้องเจอ คือ ปัญหาการไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแล ขาดแคลนอาหารและที่พัก ถูกทำร้าย ไม่มีผู้ปกครอง และขาดความมั่นคงในชีวิตและอนาคต เด็กที่อาศัย อยู่ในสลัมยังมีความเสี่ยงอย่างสูงต่อการถูกทำร้ายและถูกเอารัดเอาเปรียบ และจากที่เราพบมาส่วนใหญ่

พบว่าเด็กหลายคนที่ร่อนเร่อยู่ตามท้องถนนต่างก็หนีจากสถานการณ์ของการถูกทำร้ายที่ได้รับจากครอบ ครัวที่อยู่ในแหล่งสลัม ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เคยได้ไปโรงเรียนแต่ขาดบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี จึงขาดความ สนใจในการเรียนและลาออกในที่สุด